รังวัดเอกชนคืออะไร? ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และสิ่งที่ควรรู้
ถ้าคุณเคยต้องการแบ่งแยกโฉนดที่ดิน หรือต้องการตรวจสอบขอบเขตที่ดินให้ชัดเจน แต่ไปยื่นเรื่องกรมที่ดินแล้วพบว่าต้องรอคิวนานหลายเดือน หรือบางพื้นที่นานกว่า 1 ปี — นั่นคือสาเหตุที่ระบบ รังวัดเอกชน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง
ในบทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ต้นว่าการรังวัดเอกชนคืออะไร ใครมีสิทธิ์ทำ ประเภทงานมีอะไรบ้าง และขั้นตอนการดำเนินการเป็นอย่างไร เหมาะกับทุกคนที่มีที่ดินและต้องการจัดการเรื่องเอกสารสิทธิ์อย่างถูกต้อง
รังวัดเอกชนคืออะไร?

การรังวัดที่ดินในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่ การรังวัดโดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และ การรังวัดโดยช่างรังวัดเอกชน
ช่างรังวัดเอกชน หมายถึงบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ให้มีอำนาจทำการรังวัดที่ดินแทนเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
ระบบนี้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2551 เพื่อรองรับปริมาณคำร้องที่ดินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะเดียวกันก็ทำให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น
ผลการรังวัดที่ได้จากช่างรังวัดเอกชน มีผลทางกฎหมายเทียบเท่า กับการรังวัดโดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพราะกรมที่ดินยังคงเป็นผู้ตรวจสอบและออกเอกสารสิทธิ์ขั้นสุดท้าย
ช่างรังวัดเอกชนต่างจากกรมที่ดินอย่างไร?

หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องเลือกใช้ช่างรังวัดเอกชนในเมื่อกรมที่ดินก็ทำงานเดียวกันได้ คำตอบอยู่ที่ความแตกต่างสำคัญในหลายด้านดังนี้
ระยะเวลาการดำเนินการ
กรมที่ดินมีคิวงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองและจังหวัดที่มีการซื้อขายที่ดินสูง ระยะเวลารอนัดหมายอาจอยู่ที่ 6 เดือน ถึง 1 ปีขึ้นไป ในขณะที่ช่างรังวัดเอกชนสามารถนัดหมายได้เร็วกว่า บางกรณีภายใน 1–3 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงาน
ความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่
ช่างรังวัดเอกชนสามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ตรงตามความต้องการของเจ้าของที่ดิน มีความคล่องตัวในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกลได้ดีกว่า
ค่าใช้จ่าย
การรังวัดเอกชนมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ากรมที่ดิน เนื่องจากต้องจ่ายค่าบริการให้แก่ช่างเอกชนโดยตรง แต่หลายคนมองว่าคุ้มค่ากับระยะเวลาที่ประหยัดได้และความสะดวกสบาย
การควบคุมและตรวจสอบ
ทั้งสองระบบอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมที่ดินเหมือนกัน ช่างรังวัดเอกชนต้องรายงานผลและส่งเอกสารทั้งหมดให้กรมที่ดินพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะมีผลทางกฎหมาย
ประเภทงานที่ช่างรังวัดเอกชนทำได้

ช่างรังวัดเอกชนมีอำนาจทำงานรังวัดที่ดินได้หลายประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
1. การสอบเขตที่ดิน (ตรวจสอบแนวเขต)
เป็นการตรวจสอบว่าเส้นเขตที่ดินในโฉนดสอดคล้องกับตำแหน่งบนพื้นดินจริงหรือไม่ ใช้เมื่อ มีข้อพิพาทเรื่องแนวเขต ต้องการตรวจสอบก่อนซื้อขาย หรือหลักเขตเดิมสูญหาย
2. การแบ่งแยกที่ดิน
เป็นการแบ่งที่ดินแปลงใหญ่ออกเป็นแปลงย่อยหลายแปลง แต่ละแปลงจะได้โฉนดใหม่ของตัวเอง นิยมใช้เมื่อต้องการแบ่งมรดก แบ่งขายบางส่วน หรือพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย
3. การรวมโฉนดที่ดิน
ตรงข้ามกับการแบ่งแยก คือการนำที่ดินหลายแปลงที่ติดกันมารวมเป็นโฉนดแปลงเดียว เหมาะสำหรับการบริหารจัดการที่ดินหรือพัฒนาโครงการขนาดใหญ่
ขั้นตอนการยื่นเรื่องรังวัดเอกชน

กระบวนการรังวัดเอกชนมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ซึ่งเจ้าของที่ดินต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มดำเนินการ
ขั้นที่ 1 — ยื่นคำร้องที่สำนักงานที่ดิน
เจ้าของที่ดินยื่นคำร้องที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรืออำเภอที่ที่ดินตั้งอยู่ โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่างานดังกล่าวเข้าเกณฑ์ที่ช่างรังวัดเอกชนรับทำได้หรือไม่
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ โฉนดที่ดิน (ตัวจริงและสำเนา), บัตรประชาชนเจ้าของที่ดิน, หนังสือยินยอมของคู่สมรส (ถ้ามี) และหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ายื่นแทน)
ขั้นที่ 2 — กรมที่ดินส่งเรื่องให้ช่างรังวัดเอกชน
เมื่อคำร้องผ่านการตรวจสอบ กรมที่ดินจะส่งรายการงานให้ช่างรังวัดเอกชนที่ขึ้นทะเบียนไว้รับงาน โดยเจ้าของที่ดินจะได้รับแจ้งชื่อช่างที่รับผิดชอบงานของตน
ขั้นที่ 3 — ช่างรังวัดเอกชนนัดหมายและออกสำรวจ
ช่างจะติดต่อเจ้าของที่ดินและเจ้าของที่ดินข้างเคียงเพื่อนัดหมายวันรังวัด เจ้าของที่ดินข้างเคียงทุกแปลงต้องได้รับการแจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย เพื่อให้มาร่วมชี้แนวเขตในวันรังวัด
ในวันรังวัด ช่างจะทำการวัดพื้นที่และปักหมุดหลักเขตใหม่ตามผลการสำรวจ
ขั้นที่ 4 — ช่างส่งผลงานกรมที่ดิน
หลังรังวัดเสร็จ ช่างรังวัดเอกชนจะจัดทำรายงานและแผนที่รูปแปลง ส่งกลับให้กรมที่ดินตรวจสอบ หากมีการคัดค้านจากเจ้าของข้างเคียง จะมีกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อน
ขั้นที่ 5 — กรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์
เมื่อกรมที่ดินตรวจสอบและอนุมัติแล้ว จะดำเนินการออกโฉนดใหม่หรือแก้ไขโฉนดเดิมตามที่ร้องขอ เจ้าของที่ดินไปรับเอกสารที่สำนักงานที่ดิน
ข้อดีของการใช้บริการรังวัดเอกชน

การเลือกใช้ช่างรังวัดเอกชนมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในหลายด้าน
ประหยัดเวลา เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะสำหรับงานที่มีความเร่งด่วน เช่น ต้องการปิดการซื้อขายที่ดินตามกำหนดสัญญา หรือต้องการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร
ความยืดหยุ่นในการนัดหมาย ช่างรังวัดเอกชนสามารถปรับตารางงานตามความสะดวกของเจ้าของที่ดินได้มากกว่า รวมถึงสามารถทำงานในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างคล่องตัว
การสื่อสารที่ตรงไปตรงมา เจ้าของที่ดินสามารถติดต่อและสอบถามความคืบหน้าโดยตรงกับช่างได้ง่ายกว่าการติดต่อผ่านระบบราชการ
ผลทางกฎหมายเทียบเท่า ผลการรังวัดมีศักดิ์ทางกฎหมายเหมือนกับการรังวัดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะกรมที่ดินยังคงตรวจสอบและรับรองทุกขั้นตอน
ข้อควรระวังก่อนใช้บริการ

แม้จะมีข้อดีหลายด้าน แต่เจ้าของที่ดินควรระมัดระวังในเรื่องต่อไปนี้
ตรวจสอบว่าช่างมี ใบอนุญาตช่างรังวัดเอกชนที่ยังมีผลบังคับใช้ จากกรมที่ดินก่อนเสมอ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่
ทำสัญญาจ้างและตกลงค่าบริการ เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนเริ่มงาน เพื่อป้องกันข้อพิพาทเรื่องค่าใช้จ่ายในภายหลัง
เตรียมข้อมูล แผนที่โฉนดเดิม และ ตำแหน่งหมุดเขตที่ยังพอระบุได้ ให้ครบถ้วน เพื่อให้งานรังวัดเป็นไปอย่างราบรื่น
แจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงล่วงหน้า แม้ว่าช่างจะมีหน้าที่แจ้งตามกฎหมาย แต่การประสานงานล่วงหน้าอย่างไม่เป็นทางการก็ช่วยลดปัญหาการคัดค้านและล่าช้าได้มาก
สรุป

รังวัดเอกชนเป็นทางเลือกที่ถูกกฎหมายและมีมาตรฐาน สำหรับเจ้าของที่ดินที่ต้องการความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการดำเนินงานด้านเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นการสอบเขต แบ่งแยก หรือรวมโฉนด ช่างรังวัดเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมที่ดินสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับระบบราชการทุกประการ
หากคุณกำลังมองหาบริการงานสำรวจรังวัดหรือต้องการคำปรึกษาด้านการจัดการข้อมูลที่ดิน ทีมงาน WAIPIA Development พร้อมให้คำแนะนำและบริการด้านวิศวกรรมสำรวจ GIS และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ติดต่อได้ที่ โทร. 095-7243421 หรือ Line OA: @info_wd และเว็บไซต์ waipia.com ครับ