QGIS คืออะไร: ซอฟต์แวร์ GIS ฟรีสำหรับนักสำรวจและนักวิเคราะห์แผนที่
ถ้าคุณเคยได้ยินคำว่า GIS (Geographic Information System) หรือระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ แล้วอยากลองใช้งานจริง แต่ติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์ที่มีราคาสูงหลายแสนบาท — บทความนี้มีคำตอบให้คุณ
QGIS คือซอฟต์แวร์ GIS ที่ทรงพลัง ใช้ฟรี และเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกตัวหนึ่ง ทั้งในแวดวงวิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน มาทำความรู้จักกับมันให้ลึกขึ้นว่ามันคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และทำไมนักสำรวจและนักวิเคราะห์แผนที่ถึงควรรู้จักไว้ครับ
QGIS คืออะไร?

QGIS ย่อมาจาก Quantum GIS (ปัจจุบันใช้ชื่อย่อว่า QGIS เพียงอย่างเดียว) เป็นซอฟต์แวร์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบ โอเพ่นซอร์ส (Open Source) ที่พัฒนาโดยชุมชนนักพัฒนาทั่วโลก ภายใต้ใบอนุญาต GNU General Public License (GPL) ซึ่งหมายความว่า ใช้ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งสำหรับงานส่วนตัว การศึกษา และการพาณิชย์
QGIS รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการหลักทุกตัว ได้แก่ Windows, macOS และ Linux ทำให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ประวัติความเป็นมา
QGIS เริ่มต้นพัฒนาในปี ค.ศ. 2002 โดย Gary Sherman โดยมีเป้าหมายแรกเริ่มเพื่อดูข้อมูล geospatial บนระบบ Linux ก่อนจะพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นซอฟต์แวร์ GIS เต็มรูปแบบที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกหลายล้านคน
ปัจจุบัน QGIS อยู่ภายใต้การดูแลของ QGIS Foundation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และมีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่อย่างต่อเนื่องปีละ 2–3 ครั้ง
ฟีเจอร์หลักของ QGIS ที่ต้องรู้

QGIS ไม่ได้เป็นแค่โปรแกรมดูแผนที่ธรรมดา แต่มีเครื่องมือและฟีเจอร์ที่ครอบคลุมงาน GIS ได้อย่างกว้างขวาง ดังนี้
1. การนำเข้าและแสดงข้อมูลเชิงพื้นที่
QGIS รองรับฟอร์แมตข้อมูลหลากหลายประเภท ทั้ง Vector และ Raster ได้แก่:
- Vector: Shapefile (.shp), GeoJSON, GeoPackage (.gpkg), KML, CSV
- Raster: GeoTIFF, PNG, JPEG, ECW, MrSID
- Database: PostGIS, SpatiaLite, Oracle Spatial
- Web Services: WMS, WFS, WCS, ArcGIS REST
สามารถนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาซ้อนทับกันบนแผนที่เดียวได้ทันที
2. การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (Spatial Analysis)
เครื่องมือวิเคราะห์ใน QGIS มีให้เลือกมากมาย เช่น:
- Buffer — สร้างพื้นที่กันชนรอบจุด เส้น หรือพื้นที่
- Clip / Intersect / Union — ตัด ตัดกัน หรือรวมข้อมูล Layer
- Spatial Join — เชื่อมโยงข้อมูล attribute จากตำแหน่งที่ทับซ้อนกัน
- Raster Analysis — วิเคราะห์ DEM, คำนวณ Slope, Aspect, Hillshade
- Heatmap / Kernel Density — แสดงความหนาแน่นของข้อมูล
3. การสร้างแผนที่และ Print Layout
QGIS มีระบบ Print Layout ที่ทรงพลัง สามารถออกแบบแผนที่สวยงามสำหรับพิมพ์หรือส่งออกเป็น PDF ได้ โดยรองรับ:
- ใส่ Legend, Scale Bar, North Arrow
- ออกแบบหน้ากระดาษขนาดต่างๆ (A0–A4)
- Atlas Function — พิมพ์แผนที่หลายแผ่นจาก template เดียว
4. Plugin และ Extension
หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของ QGIS คือระบบ Plugin ที่มีให้เลือกติดตั้งฟรีกว่า 1,000 รายการใน Plugin Repository เช่น:
- QuickMapServices — นำเข้า basemap จาก Google, OpenStreetMap, Bing ได้ทันที
- QGIS2Web — ส่งออกแผนที่เป็น Web Map (Leaflet/OpenLayers)
- Profile Tool — วิเคราะห์ระดับความสูงตามแนวเส้น
- Semi-Automatic Classification Plugin — วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม
- GRASS GIS Integration — เชื่อมต่อกับ GRASS GIS เพื่อวิเคราะห์ขั้นสูง
5. การประมวลผลอัตโนมัติด้วย Processing Toolbox
QGIS มี Processing Toolbox ที่รวมเครื่องมือวิเคราะห์หลายร้อยรายการไว้ในที่เดียว รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครื่องมือภายนอก เช่น GDAL, SAGA, GRASS GIS และ R ทำให้สามารถสร้าง Processing Model หรือใช้ Python Console เพื่อทำงานซ้ำๆ แบบอัตโนมัติได้
QGIS ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

QGIS มีการประยุกต์ใช้งานในหลากหลายสาขา ตัวอย่างที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่:
งานวิศวกรรมสำรวจและแผนที่
- นำเข้าพิกัดจากกล้อง Total Station หรือ GNSS RTK มาแสดงบนแผนที่
- สร้างแผนที่รังวัดที่ดิน คำนวณพื้นที่ ระยะทาง
- วิเคราะห์ Contour (เส้นชั้นความสูง) จากข้อมูล DEM หรือ LiDAR
- ตรวจสอบระบบพิกัดและแปลง Projection เช่น UTM Zone 47/48 หรือ Indian 1975
งาน Drone และ Remote Sensing
- นำเข้า Orthophoto จาก Drone มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูล GIS
- ตัด (Clip) ภาพถ่ายทางอากาศตามขอบเขตพื้นที่ที่ต้องการ
- วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นที่จากภาพถ่ายต่างช่วงเวลา
การวางผังและบริหารจัดการพื้นที่
- วิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land Use)
- ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ดินถล่ม
- วางแผนโครงข่ายถนน ระบบสาธารณูปโภค
งานสิ่งแวดล้อมและเกษตรกรรม
- วิเคราะห์ดัชนีพืชพรรณ NDVI จากภาพดาวเทียม
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้
- วางแผนจัดการพื้นที่เกษตรกรรมแบบ Precision Agriculture
เปรียบเทียบ QGIS กับ ArcGIS

คำถามที่ถามบ่อยที่สุดในวงการ GIS คือ "ควรใช้ QGIS หรือ ArcGIS ดี?" นี่คือตารางเปรียบเทียบโดยสรุป:
| รายการ | QGIS | ArcGIS | |---|---|---| | ราคา | ฟรี (Open Source) | มีค่าใช้จ่าย (หลักหมื่น–แสน/ปี) | | ระบบปฏิบัติการ | Windows, Mac, Linux | Windows เป็นหลัก | | ฟีเจอร์ | ครบครันสำหรับงานทั่วไป | ฟีเจอร์ครอบคลุมสูงมาก | | Plugin/Extension | 1,000+ รายการฟรี | Add-on เสริมค่าใช้จ่าย | | การสนับสนุน | ชุมชน/Forum | Technical Support มืออาชีพ | | ความเสถียร | ดีมาก (อัปเดตถี่) | ดีมาก (มาตรฐานอุตสาหกรรม) | | เหมาะสำหรับ | นักศึกษา, SME, หน่วยงานรัฐ | องค์กรขนาดใหญ่, งานมาตรฐานสูง |
ข้อสรุป: สำหรับงานสำรวจ, วิเคราะห์แผนที่ทั่วไป, หรือการเรียนรู้ GIS — QGIS เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะมีความสามารถสูงและไม่มีค่าใช้จ่าย ในขณะที่ ArcGIS มักถูกเลือกใช้ในองค์กรที่ต้องการการสนับสนุนระดับมืออาชีพและการทำงานร่วมกับระบบ Esri ecosystem
วิธีดาวน์โหลดและเริ่มต้นใช้งาน QGIS

การเริ่มต้นใช้ QGIS ทำได้ง่ายมากครับ ทำตามขั้นตอนดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลด
ไปที่เว็บไซต์ทางการ qgis.org/download แล้วเลือกเวอร์ชันที่ต้องการ:
- Long Term Release (LTR) — แนะนำสำหรับการใช้งานจริง มีความเสถียรสูงสุด
- Latest Release — เวอร์ชันล่าสุด มีฟีเจอร์ใหม่ แต่อาจมี bug บ้าง
ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง
ติดตั้งตามขั้นตอนปกติของระบบปฏิบัติการที่ใช้ ไม่ต้องตั้งค่าพิเศษใดๆ
ขั้นตอนที่ 3: เริ่มต้นโปรเจกต์แรก
เมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรก แนะนำให้ทดลอง:
- เพิ่ม basemap ด้วย QuickMapServices Plugin → ติดตั้ง Plugin → เลือก OpenStreetMap
- นำเข้าไฟล์ Shapefile หรือ GeoJSON จากเว็บ เช่น ข้อมูล GADM (แผนที่ขอบเขตประเทศ)
- ลองใช้ Identify Features คลิกที่แผนที่เพื่อดูข้อมูล attribute
- ทดลองสร้าง Print Layout เพื่อส่งออกแผนที่เป็น PDF
# ตัวอย่าง: ดาวน์โหลด QGIS บน Ubuntu Linux
sudo apt install qgis qgis-plugin-grass
ขั้นตอนที่ 4: เรียนรู้เพิ่มเติม
QGIS มีทรัพยากรการเรียนรู้มากมายทั้งฟรีและเสียเงิน เช่น:
- QGIS Documentation (docs.qgis.org) — คู่มืออย่างเป็นทางการ ภาษาอังกฤษ
- QGIS Training Manual — สอนพื้นฐานทีละขั้นตอน
- YouTube — มีช่อง Tutorial ภาษาไทยหลายช่องสำหรับผู้เริ่มต้น
QGIS กับงานสำรวจในประเทศไทย

สำหรับนักสำรวจและนักวิเคราะห์แผนที่ในไทย QGIS มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะ:
รองรับระบบพิกัดไทย — QGIS รองรับระบบพิกัด Indian 1975, WGS84, ITRF และ UTM Zone 47/48 ซึ่งใช้งานในประเทศไทย สามารถแปลงพิกัดระหว่างระบบได้ง่ายผ่าน EPSG Code
เชื่อมต่อกับข้อมูลภาครัฐ — หน่วยงานอย่างกรมที่ดิน กรมทรัพยากรน้ำ และ GISTDA แจกจ่ายข้อมูลเชิงพื้นที่ในฟอร์แมตที่ QGIS รองรับโดยตรง
ต้นทุนต่ำสำหรับหน่วยงานท้องถิ่น — อบต., เทศบาล และหน่วยงานขนาดเล็กสามารถนำ QGIS ไปใช้บริหารจัดการพื้นที่ได้โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์
สรุป

QGIS คือซอฟต์แวร์ GIS โอเพ่นซอร์สที่มีความสามารถสูง ใช้ฟรี รองรับฟอร์แมตข้อมูลหลากหลาย และมีชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มเรียน GIS วิศวกรสำรวจที่ต้องการวิเคราะห์แผนที่ หรือนักวิชาการที่ต้องการเครื่องมือวิเคราะห์เชิงพื้นที่ — QGIS เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หากคุณสนใจเรียนรู้การใช้ QGIS เชิงลึก หรือต้องการนำข้อมูลสำรวจจาก GNSS, Total Station, หรือ Drone มาวิเคราะห์ใน GIS ทีม WAIPIA Development พร้อมให้คำปรึกษาและฝึกอบรมครับ
บทความโดย ทีม WAIPIA Development — บริการสำรวจ แผนที่ และภูมิสารสนเทศครบวงจร 📞 ติดต่อ: 095-7243421 | Line OA: @info_wd | เว็บไซต์: waipia.com