ทำไมต้องสำรวจภาคสนาม ก่อนเริ่มออกแบบ?
ก่อนที่ช่างตัดเสื้อจะเริ่มตัด เขาต้องวัดตัวลูกค้าก่อนเสมอ ไม่มีช่างคนไหนดูแค่รูปถ่ายแล้วตัดเลย
งานก่อสร้างก็ไม่ต่างกัน
แต่หลายโครงการกลับทำตรงข้าม — เริ่มวาดแบบจากแผนที่เก่าหรือภาพถ่ายดาวเทียม โดยที่ยังไม่เคยไปยืนดูพื้นที่จริงเลย แล้วก็พบปัญหาตอนที่แก้ยากและแพงที่สุด คือตอนที่สร้างไปแล้วครึ่งหนึ่ง
นี่คือเหตุผลที่การ "สำรวจภาคสนาม" ถือเป็นขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้ก่อนออกแบบทุกโครงการ
แผนที่ที่มีอยู่ ไม่ใช่ความจริงของพื้นที่

หลายคนคิดว่าโฉนดที่ดิน Google Maps หรือภาพถ่ายดาวเทียมก็เพียงพอแล้ว แต่ข้อมูลเหล่านั้นมีข้อจำกัดสำคัญอยู่หนึ่งอย่างคือ มันบอกได้แค่ว่าพื้นที่เคยเป็นอะไร ไม่ใช่ว่าตอนนี้เป็นอะไร
โฉนดบางแปลงทำมาหลายสิบปีก่อนที่จะมีการถมดิน ขุดคลอง ตัดถนน หรือปักเสาไฟฟ้าใหม่ ภาพดาวเทียมฟรีทั่วไปมีความคลาดเคลื่อนหลายเมตรซึ่งฟังดูน้อยแต่ในงานก่อสร้างนั้นมากมาย
งานสำรวจภาคสนามคือการออกไป วัดและบันทึกความเป็นจริงของพื้นที่ ณ วันนี้ ด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ แล้วนำข้อมูลนั้นมาเป็นฐานของการออกแบบ
เรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ต้องจินตนาการ เพราะมันเกิดขึ้นบ่อยมาก
บ้านใหม่ที่น้ำท่วมทุกปี เจ้าของที่ดินรายหนึ่งจ้างออกแบบบ้านโดยใช้แผนที่จากอินเทอร์เน็ต ไม่มีการวัดระดับพื้นดินจริง สร้างเสร็จถึงได้รู้ว่าที่ดินของตัวเองอยู่ต่ำกว่าถนนและที่ดินข้างเคียง น้ำไหลมาขังหน้าบ้านทุกครั้งที่ฝนตกหนัก สิ่งที่แก้ได้ก่อนสร้างคือยกระดับพื้นบ้านขึ้น แต่ตอนที่รู้ก็สายเกินไปแล้ว
รั้วที่ต้องรื้อใหม่ บ้านในโครงการหนึ่งก่อสร้างรั้วตามแบบที่วาดจากโฉนดเก่า พอสร้างเสร็จ เพื่อนบ้านมาบอกว่ารุกเข้ามาในพื้นที่ของเขา ต้องรื้อแล้วสร้างใหม่ บวกค่าเสียหาย ทั้งหมดนี้ป้องกันได้ด้วยการสำรวจยืนยันแนวเขตจริงก่อนสักวันเดียว
หยุดงานกลางคัน ผู้รับเหมาเริ่มขุดรากฐานอาคารพาณิชย์ แล้วเจอท่อก๊าซที่ไม่มีในแผนที่ ต้องหยุดงานทันที รอหน่วยงานมาตรวจ รอย้ายแนวท่อ กินเวลาหลายเดือนและเสียงบเพิ่มโดยไม่ได้ตั้งใจไว้เลย
ทุกเรื่องมีจุดร่วมเดียวกัน คือรู้ปัญหาตอนที่แก้ยากและแพงที่สุด
สำรวจเพื่อรู้อะไรบ้าง

เมื่อทีมสำรวจออกพื้นที่ สิ่งที่ต้องรู้มีอยู่ 5 เรื่องหลัก
ที่ดินอยู่ตรงไหนกันแน่ หมุดเขตที่ดินจริงตรงกับโฉนดไหม เพราะหมุดอาจหายหรือถูกย้ายโดยที่เจ้าของไม่รู้
พื้นดินสูงต่ำแค่ไหน จุดไหนต่ำ จุดไหนสูง น้ำฝนจะไหลไปทิศไหน เพราะสิ่งนี้กำหนดว่าต้องถมดินเท่าไหร่ วางท่อน้ำทิ้งอย่างไร และยกระดับพื้นบ้านแค่ไหนถึงจะไม่ท่วม
รอบๆ มีอะไรบ้าง อาคารข้างเคียง ต้นไม้ใหญ่ สายไฟ คลอง ถนน สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดส่งผลต่อการวางผังอาคาร
ใต้ดินมีอะไร ท่อน้ำ ท่อก๊าซ สายไฟ สายสื่อสาร มักฝังอยู่โดยที่ไม่มีสัญลักษณ์บนดิน และแผนที่ของหน่วยงานอาจไม่ได้อัปเดตตามของจริง
จุดอ้างอิงร่วมกัน การมีหมุดที่รู้ตำแหน่งแน่นอนไว้ในพื้นที่ทำให้ทุกคนในทีม ทั้งสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่เกิดความสับสนระหว่างทำงาน
คุ้มไหมกับค่าใช้จ่าย

คำถามที่หลายคนถามก่อนตัดสินใจ
ค่าสำรวจภาคสนามโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.5–2% ของมูลค่าโครงการก่อสร้าง เป็นตัวเลขที่รู้ล่วงหน้า วางแผนได้ และทำครั้งเดียวก่อนเริ่มทุกอย่าง
เมื่อเทียบกับสิ่งที่อาจเกิดถ้าไม่สำรวจ ค่าออกแบบใหม่เพราะข้อมูลผิดมักเท่ากับค่าออกแบบรอบแรก ค่าย้ายสาธารณูปโภคที่ไม่ได้วางแผนไว้เริ่มต้นที่หลักแสนบาท และค่าแก้งานที่สร้างผิดตำแหน่งหรือผิดแนวเขตนั้นบางครั้งแพงกว่าการสร้างใหม่ตั้งแต่ต้น
ลองคิดแบบนี้ก็ได้ครับ ถ้าบ้านราคา 3 ล้านบาท ค่าสำรวจอาจอยู่ที่ 15,000–60,000 บาท แต่ค่าแก้ปัญหาที่พบทีหลังมักเริ่มที่หลักแสนขึ้นไป การสำรวจจึงเป็นสิ่งที่จ่ายน้อยที่สุดแต่ป้องกันได้มากที่สุด
ก่อนออกแบบ ต้องรู้จักพื้นที่ก่อน

ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็ก อาคารพาณิชย์ หรือโครงการพัฒนาที่ดิน หลักการเดียวกันคือ ออกแบบบนข้อมูลจริง ไม่ใช่บนการคาดเดา
การสำรวจภาคสนามไม่ได้ทำให้โครงการช้าลง แต่ทำให้ทุกขั้นตอนหลังจากนั้นเร็วขึ้นและราบรื่นขึ้น เพราะทุกคนในทีมรู้ว่ากำลังทำงานกับข้อมูลที่ถูกต้อง
หากกำลังวางแผนโครงการและต้องการทีมสำรวจที่ไปพื้นที่ได้จริง WAIPIA Development มีบริการสำรวจภาคสนามครบวงจร พร้อมส่งมอบข้อมูลในรูปแบบที่ทีมออกแบบนำไปใช้ได้ทันที
ติดต่อ บริษัท ไวเปีย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โทร: 095-7243421 | Line OA: @info_wd | เว็บไซต์: waipia.com