+280m+320m
← กลับไปบทความทั้งหมดKnowledge

LiDAR Scanning คืออะไร และใช้งานอย่างไรในงานสำรวจ

2026-04-06T10:00+07:00ทีม WAIPIAอ่าน 2 นาที
LiDAR Scanning คืออะไร และใช้งานอย่างไรในงานสำรวจ

LiDAR คืออะไร?

LiDAR (Light Detection And Ranging) คือเทคโนโลยีสแกนสามมิติที่ใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงออกไปยังวัตถุและวัดระยะเวลาที่แสงสะท้อนกลับมา เพื่อคำนวณตำแหน่งและระยะทางได้อย่างแม่นยำสูง

ผลลัพธ์ที่ได้คือ Point Cloud — กลุ่มจุดหลายล้านจุดในพื้นที่สามมิติ ที่สะท้อนรูปทรงของอาคาร ภูมิประเทศ หรือโครงสร้างได้อย่างละเอียด

ประเภทของ LiDAR

เปรียบเทียบ LiDAR ประเภทต่างๆ — Terrestrial, Mobile และ Aerial

Terrestrial LiDAR (TLS)

ติดตั้งบนขาตั้งกล้อง สแกน 360 องศา เหมาะสำหรับ:

  • สแกนอาคารและโครงสร้างภายใน
  • เก็บข้อมูลโรงงาน / Plant
  • งาน As-Built Documentation

Mobile LiDAR (MLS)

ติดตั้งบนรถหรือยานพาหนะ เหมาะสำหรับ:

  • สำรวจถนนและโครงสร้างพื้นฐาน
  • Corridor Mapping ระยะไกล
  • งานสำรวจท่อใต้ดิน

Aerial LiDAR (ALS)

ติดตั้งบน Drone หรือเครื่องบิน เหมาะสำหรับ:

  • สำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่
  • สร้าง DTM ใต้เรือนยอดต้นไม้
  • งานป่าไม้และสิ่งแวดล้อม

เปรียบเทียบ LiDAR กับ Photogrammetry

ตารางเปรียบเทียบ LiDAR กับ Photogrammetry ในงานสำรวจ 3D

หัวข้อ LiDAR Photogrammetry
**ความแม่นยำ** ± 2-5 mm ± 5-20 mm
**ทำงานในที่มืด** ได้ ไม่ได้
**พื้นที่ใต้ต้นไม้** ทะลุผ่านได้ ทำไม่ได้
**ราคาอุปกรณ์** สูง ต่ำกว่า
**ความเร็ว** เร็ว ช้ากว่า
**สีของ Point Cloud** ต้องเพิ่ม Camera มีสีในตัว

ขั้นตอนการทำงานสแกน LiDAR

1. วางแผนการสแกน

  • กำหนดจำนวนและตำแหน่งของ Scan Station
  • วางแผน Registration Target (เป้า) เพื่อเชื่อมภาพ
  • ประเมินระยะห่างระหว่าง Station ตามความละเอียดที่ต้องการ

2. ติดตั้งและสแกน

  • ตั้งเครื่องสแกนบน Tripod ให้มั่นคง
  • กำหนดค่าความละเอียด (Resolution) และ Quality
  • สแกนทุก Station ให้มี Overlap อย่างน้อย 30%

3. Registration (เชื่อมต่อข้อมูล)

นำข้อมูลแต่ละ Station มาเชื่อมกันเป็นชิ้นเดียว วิธีหลักที่ใช้:

  • Target-based Registration — ใช้เป้า Sphere หรือ Checkerboard
  • Cloud-to-Cloud Registration — อาศัยรูปทรงพื้นผิวที่ซ้อนกัน
  • GNSS/Total Station Integration — นำเข้าสู่ระบบพิกัดจริง

LiDAR Point Cloud จำแนกประเภท — Ground, Building, Vegetation และ Cable

4. Processing และ Deliverable

ประมวลผลด้วย Software เช่น Leica Cyclone, Faro Scene, Trimble RealWorks:

  • Point Cloud (.las / .e57) — ข้อมูลดิบสามมิติ
  • Mesh Model — พื้นผิว 3D พร้อม Texture
  • BIM Model (Revit/IFC) — ใช้ใน As-Built BIM
  • 2D Drawing — แปลนผัง, รูปตัด, Elevation จาก Point Cloud

การประยุกต์ใช้ในงานจริง

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ LiDAR ในงานสำรวจและก่อสร้างจริง

งานก่อสร้างและ BIM

  • เก็บข้อมูล As-Built เพื่อตรวจสอบกับแบบ
  • ตรวจสอบความเบี่ยงเบน (Deviation Analysis)
  • สร้างแบบ BIM จากโครงสร้างที่มีอยู่แล้ว (Scan-to-BIM)

งานโครงสร้างพื้นฐาน

  • สำรวจและตรวจสอบสะพาน / อุโมงค์
  • ติดตาม Settlement ของโครงสร้าง
  • สำรวจท่อและ Utility Network

งานมรดกทางวัฒนธรรม

  • บันทึกข้อมูลสถาปัตยกรรมโบราณ
  • สร้าง Digital Twin ของโบราณสถาน
  • ฟื้นฟูอาคารหลังภัยพิบัติ

Software ที่ใช้งานในไทย

Software สำหรับประมวลผล LiDAR Point Cloud ที่นิยมในประเทศไทย

  • Leica Cyclone 360 — มาตรฐานสำหรับ TLS
  • Faro Scene — ใช้กับเครื่อง Faro Focus
  • Autodesk ReCap — เชื่อมต่อกับ Revit ได้ดี
  • CloudCompare — Open source ฟรี เหมาะสำหรับวิเคราะห์

ค่าใช้จ่ายและการตัดสินใจ

แนวทางการประเมินค่าใช้จ่ายและการตัดสินใจเลือก LiDAR

การเลือกใช้ LiDAR ควรพิจารณา:

  • พื้นที่และความซับซ้อน — อาคารใหญ่หรือโครงสร้างซับซ้อนคุ้มค่ากว่า
  • ความแม่นยำที่ต้องการ — งาน BIM ระดับ LOD 300+ ต้องการ LiDAR
  • งบประมาณ — LiDAR มีต้นทุนสูงกว่า Photogrammetry 3-5 เท่า
  • ไทม์ไลน์ — สแกนเร็ว แต่ Processing ใช้เวลา

WAIPIA มีบริการสแกน LiDAR ทั้ง Terrestrial และ Mobile พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ ขอใบเสนอราคา

LiDAR3D ScanningPoint CloudBIMSurvey